ผู้เขียน หัวข้อ: กำเนิดสนุ๊กเกอร์  (อ่าน 183 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ 188BET

  • เซียนบอลเทพ
  • ***
  • กระทู้: 182
  • ให้กำลังใจ 0
    • ดูรายละเอียด
กำเนิดสนุ๊กเกอร์
« เมื่อ: พฤศจิกายน 09, 2015, 02:45:52 PM »

ตอนเด็ก ๆ เคยมีความคิดสงสัยอะไรบางอย่างเกี่ยวกับห้องลับใต้ตึกแห่งหนึ่งอยู่ไม่ไกลจากบ้านมากนัก สภาพด้านหน้าห้องจะเป็นประตูกระจก 2 บาน สีดำมืดทึบ ไม่สามารถมองอะไรข้างในห้องได้เลย โดยจะเห็นชายวัยฉกรรจ์เดินเข้าเดินออกห้องนี้ได้เป็นปกติทุกวัน จนกระทั่งโตขึ้นมากระจ่างใจถึงบางอ้อแล้วว่ามันคือคลับสนุกเกอร์นี่เอง
นี่คือความคาใจเล็ก ๆ ตอนเด็ก ๆ นำมาซึ่งจุดเริ่มต้นในการอยากไปค้นหาว่าไอ้สนุกเกอร์เนี่ยมันคืออะไร ทำไมต้องติดฟิล์มที่ประตูทึบขนาดนั้นด้วย หรือว่าด้านในมันจะมีอะไรอะโบ๊ะจาม๊ะเกินกว่าที่เด็กน้อยตาดำ ๆ อย่างเราจะคาดคิด
แต่ก็ผิดถนัดเมื่อกลับมาถามลุงที่บ้านว่าไอ้ห้องดำ ๆ ที่เรียกว่า สนุกเกอร์ ตรงตึกท้ายซอยนี่มันคืออะไร ลุงตวาดกลับมาอย่างทันใด “อย่าแวะเข้าไปเล่นเชียวล่ะ ถ้าเห็นว่าโดดเรียนไปเล่นนะเจอดีแน่ กีฬาสนุก ๆ มีเยอะแยะ ไปเล่นบอล เล่นบาส ไปโน่น”
นึกในใจทำไมต้องดุขนาดนี้ด้วย แต่ก็ไม่เป็นไรอย่างน้อยเราก็รู้แล้วว่าสนุกเกอร์มันน่าจะเป็นกีฬาเหมือน ฟุตบอล หรือ บาสเก็ตบอล
ในที่สุดความอยากรู้อยากเห็นก็พาให้ไปยืนอยู่หน้าร้านหนังสือดวงกมลแถวบ้านจนได้ พลางนึกในใจ “กับเรื่องเรียนเคยเต็มที่แบบนี้บ้างมั้ยลูก” วันนั้นเลยขลุกอยู่ที่ร้านทั้งวัน หาหนังสือเกี่ยวกับ สนุกเกอร์ มาอ่านให้หายสงสัย


กีฬา สนุกเกอร์ นั้นมีรากฐานมาจากกีฬา บิลเลียด ที่นิยมเล่นกันในหมู่เชื้อพระวงศ์ในประเทศอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 16 โดยยุคเริ่มต้นของ บิลเลียด จะเล่นกันบนโต๊ะเพียว ๆ ไม่มีขอบด้านข้าง ไม่มีกั้นชิ่ง มีเพียงแค่หลุมบนโต๊ะ และที่เจ๋งโพด ๆ ไปเลยก็คือ ลูกสนุกที่เล่นกันจะทำมาจาก งาช้าง ถ้าไม่รวยจริงไม่มีปัญญาหาเล่นได้แน่นอน
ถัดมาในช่วงศตวรรษที่ 19 ได้มีการพัฒนากีฬา บิลเลียด ไปเป็นกีฬาพูลที่เรียกว่า Life Pool (ไลฟ์ พูล) และ Pyramid Pool (ปิรามิด พูล) โดย ไลฟ์ พูล จะใช้ลูกสีต่าง ๆ เป็นทั้งลูกคิวบอลและลูกเป้า ส่วน ปิรามิด พูล นั้นจะใช้ลูกสีแดงจำนวน 15 ลูก และใช้ลูกสีขาวไล่ตบลูกแดงลงหลุมเก็บแต้มไปเรื่อย ๆ
จนกระทั่งปี 1875 มีนายพันชื่อ เซอร์ แชมเบอร์เลน อะไรสักอย่างยาว ๆ ประจำอยู่ในกรมทหาร เมืองจาบาลปุร์ ประเทศอินเดีย ได้นำเหนอให้เอาลูกสีอื่น ๆ มาเล่นเพิ่มขึ้น โดยจะมีคะแนนที่แตกต่างกันออกไป เพื่อเพิ่มอรรถรสการเล่นให้มันส์ยิ่งขึ้น และนี่แหละคือจุดเริ่มต้นที่มาของคำว่า “สนุกเกอร์”



คำว่า “สนุกเกอร์” เป็นคำสแลงไว้ใช้เรียกนายทหารปีแรกที่ยังอ่อนด๋อยอยู่ เหตุการณ์คือในระหว่างแข่งขันเกมหนึ่งมีคู่แข่งของผู้พันแชมเบอร์เลนแทงลูกไม่ถูกเป้า ผู้พันฯก็เลยเรียกผู้เล่นคนนั้นว่า “a real snooker” เป็นที่มาในการเรียกผู้เล่นมือใหม่ว่า “สนุกเกอร์” นั่นเอง ซึ่งต่อมาก็ได้ใช้เป็นชื่อเรียกกีฬาชนิดนี้ไปโดยปริยาย
กีฬาสนุกเกอร์ ประกอบไปด้วยลูกสีแดง 15 ลูก ลูกสีขาว 1 ลูก ลูกสีเหลือง, สีเขียว, สีน้ำตาล, สีน้ำเงิน, สีชมพู และสีดำ โดยมีคะแนนลูกละ 2-7 คะแนนตามลำดับ การเล่นจะใช้ลูกสีขาวแทงสลับลูกสีแดงและลูกสีอื่นให้ลงหลุมไปเรื่อย ๆ จนหมดโต๊ะใครได้แต้มมากกว่าจะเป็นผู้ชนะในเกมนั้นไป


พอเริ่มอ่านก็เริ่มรู้และเข้าใจวิธีเล่น ทีนี้ก็เริ่มอยากลองเล่นดูสักครั้ง แต่ขอโทษฮะยังเล่นไม่ได้ตอนนั้นขาไม่ถึง เข้าไปเล่นตามคลับนี่ยิ่งไม่ได้ใหญ่เค้าไม่อนุญาตให้เด็กน้อยเข้าไปเล่น จนหลังจากนั้นเวลาผ่านไปหลายปีเข้าสู่ช่วงมัธยมก็ได้มีโอกาสไปเปิดซิง กีฬาสนุกเกอร์ ครั้งแรกกับผองเพื่อน แทงว่าวไปหลายที มีขูดสักราดด้วยจำได้ (555+) และนั่นก็คือจุดกำเนิดเรื่องราวของสนุกเกอร์ที่ก็ยังเล่นมาเรื่อย ๆ จนถึงทุกวันนี้
นึก ๆ แล้วก็รู้สึกแปลกที่ผู้ใหญ่มักจะมองเด็กไปเล่นสนุกเกอร์เป็นอีกหนึ่งในแหล่งมั่วสุม ซึ่งจริง ๆ แล้วกีฬาสนุกเกอร์นั้นเล่นกันเป็นอาชีพอย่างแพร่หลายทั่วโลก มีจัดการแข่งขันชิงเงินรางวัลตลอดทั้งปี โดยเงินรางวัลรวมในปี ๆ นึงนี่หลายร้อยล้านบาทเลยทีเดียว
ยกตัวอย่าง แชมป์ สนุกเกอร์ชิงแชมป์โลก ได้ 300,000 ปอนด์, แชมป์ สนุกเกอร์มาสเตอร์ ได้ 200,000 ปอนด์, แชมป์ ยูเค แชมเปี้ยนชิพ ได้ 150,000 ปอนด์ และแชมป์ 188BET แชมเปี้ยน ออฟ แชมเปี้ยนส์ ได้ 100,000 ปอนด์ โดยรายการนี้ได้นำเอาแชมป์สนุกเกอร์ปีล่าสุดมาดวลคิวกัน ซึ่งจะเริ่มแข่งขันในสัปดาห์หน้าที่จะถึงนี้ (10-15 พ.ย.)
เงินรางวัลเป็นกอบเป็นกำขนาดนี้เล่นเป็นอาชีพได้สบาย เท่าที่เล่นกันมาก็เห็นเด็กไทยแทงสนุกเกอร์กันเก่ง ๆ หลายคน เชื่อว่าถ้าเด็กไทยได้รับการสนับสนุนด้านกีฬาสนุกเกอร์จากผู้ใหญ่กันมากกว่านี้ บางทีเราอาจจะเห็นเด็กไทยติดอันดับโลกมากกว่าที่เป็นอยู่ในปัจจุบันก็เป็นด้ายยยยยยยยยยยยยยย…

ทาย “ใครคือ แชมเปี้ยน ออฟ แชมเปี้ยนส์” ลุ้นเป็นเจ้าของ  ไม้คิว พร้อมลายเซ็นต์แชมเปี้ยน คลิกที่รูป