ผู้เขียน หัวข้อ: LFC by Numbers: 8 จอมเซฟจุดโทษตลอดกาลของลิเวอร์พูล  (อ่าน 716 ครั้ง)

0 สมาชิก และ 1 บุคคลทั่วไป กำลังดูหัวข้อนี้

ออฟไลน์ AusLoGicS

  • เซียนฝึกหัด
  • *
  • กระทู้: 42
  • ให้กำลังใจ 1
    • ดูรายละเอียด
[h1]การเล่นในตำแหน่งผู้รักษาประตูมักมีโอกาสถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างมากในการทำหน้าที่ และมักจะเป็นแพะรับบาปเสมอเมื่อการเสียประตู เพราะมักหมายถึงความพ่ายแพ้ และข้อผิดพลาดต่างๆ นานาที่ไม่มีใครอยากให้เกิดขึ้น[/h1]


อย่างไรก็ตามเทียบกับกองหลังที่ยังมีโอกาสที่จะขึ้นไปเล่นเกมรุก และทำประตู การป้องกันลูกโทษที่จุดโทษจึงถือว่าโอกาสเดียวสำหรับความฝันของผู้รักษาประตูทุกคนที่จะมีโอกาสได้เป็นฮีโร่ของทีม เพราะมันมีคุณค่าเทียบเท่ากับการยิงประตูให้ทีมเลยทีเดียว แต่โอกาสที่จะเกิดขึ้นนั้นน้อยกว่าการทำประตูได้มากนัก

ในอิสตันบูล ปี 2005 เจอร์ซีย์ ดูเด็ค มีค่ำคืนแห่งความฝันกับการป้องกันจุดโทษให้ทีมคว้าแชมป์ยุโรปหลังช่วงต่อเวลาพิเศษ แต่สำหรับการป้องกันจุดโทษในช่วงเวลาปกติที่มีความสำคัญอย่างมาก และได้รับการบันทึกลงในสถิติมีความกดดันที่แตกต่างออกไป

ซิมง มิโญ่เล่ต์ ผู้รักษาประตูคนใหม่ของลิเวอร์พูลกลายเป็นพระเอกเพียงช่วงข้ามคืน หลังจากป้องกันจุดโทษในเกมเปิดฤดูกาลที่แอนฟิลด์กับสโต๊ก ซิตี้ เมื่อวันเสาร์ที่ 17 สิงหาคมที่ผ่านมา และเป็นเกมแรกของเขาในสีเสื้อลิเวอร์พูล อย่างไรก็ตาม ยังมีเส้นอีกยาวไกลกว่าที่เขาจะก้าวไปอยู่แถวหน้าในตำนานผู้รักษาประตูของลิเวอร์พูลกับประวัติการป้องกันจุดโทษมากมาย

และสำหรับคนที่จะได้รับการยกย่องเป็นจอมเซฟจุดโทษน่าจะต้องป้องกันลูกยิงจากคู่ต่อสู้ได้หลายครั้ง และครั้งนี้เราคัดผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลที่เคยหยุดยั้งคู่แข่งอย่างน้อย 5 ครั้งขึ้นไป และตัวเลขที่เราจะพูดถึงในคราวนี้มีบางคนที่เคยช่วยให้ทีมรอดจากการเสียประตูในการดวลจุดโทษถึง 15  ครั้ง! ไม่ว่าจะเป็นการเซฟด้วยตัวเอง หรือการกดดันให้คู่แข่งยิงพลาด

เราไปย้อนดูว่าใครเป็นจอมป้องกันจุดโทษในประวัติศาสตร์ของสโมสรฟุตบอลกันได้ ณ บัดนี้

อันดับ 7 ร่วม เดวิด เจมส์ และเปเป้ เรน่า (5 ครั้ง)

เดวิด เจมส์ อยู่กับลิเวอร์พูลระหว่างปี 1992-1999 เขา ป้องกันจุดโทษสุดสำคัญตั้งแต่ฤดูกาลแรกที่ลงเล่นให้ทีมในเกมกับอาร์เซน่อลที่ไฮบิวรีในวันที่ 31 มกราคม 1993 ด้วยการหยุดลูกยิงของพอล เมอร์สน ทำให้ประตูจากจุดโทษของ จอห์น บาร์นส์กลายเป็นประตูชัยของทีมในวันนั้น หลังจากนั้นเขาก็ป้องกันลูกยิงของ สตีฟ ธอมป์ตัน ในเกมชนะเลสเตอร์ 2-1, เจอร์เกนส์ คลินส์มันน์ ในเกมเสมอสเปอร์ส 0-0, ไมเคิล เกรย์ ในเกมชนะ ซันเดอร์แลนด์ 2-0 และดิออน ดับลินในเกมชนะแอสตัน วิลล่า 4-2 ซึ่งถูกลูกไม่ได้เกิดจากความผิดพลาดของคู่แข่งเลย และยังช่วยให้ทีมชนะถึง 4 จาก 5 เกมที่ไม่แพ้เลยหากเขาเซฟจุดโทษได้

เปเป้ เรน่า ย้ายจากบียาร์เรอัล มาอยู่กับลิเวอร์พูลในปี 2005 หลังจากมีชื่อเสียงในการป้องกันจุดโทษ เขาช่วยให้ทีมคว้าแชมป์เอฟเอ คัพ ด้วยการดวลจุดโทษ และมีส่วนใน ลีก คัพ อีกหนึ่งรายการ อย่างไรก็ตามเขาป้องกันจุดโทษในเวลาปกติได้ 5 ครั้ง ไล่ตั้งแต่ลูกยิงของ เอ็นวานโก้ คานูในเกมกับพอร์ตสมัธ ที่ทีมเสมอ 0-0, ลูกยิงของดานเต้บอนฟิมในเกม สตองดาร์ ลีแอช ที่เสมอ 0-0, ลูกยิงของเวย์น รูนีย์ในเกมพ่ายแมนฯ ยูไนเต็ด 1-2 และกดดันให้ เจอร์เมน เดโฟ ยิงพลาดในเกมพ่ายสเปอร์ส 1-2, เซฟลูกยิงของ ยาคูบู ในเกมชนะแบล็คเบิร์น 3-2 และล่าสุดป้องกันลูกจุดโทษของ เชน ลอง ในเกมเปิดฤดูกาลที่แล้วแต่ลิเวอร์พูลก็พ่ายเวสต์บรอมวิช 0-3

อันดับ 6 ทอมมี ลอว์เรนซ์ (6 ครั้ง)

เจ้าของฉายา "เจ้าหมูบิน" (The Flying Pig) ทอมมี ลอว์เรนซ์ มีสถิติคล้ายกับเดวิด เจมส์ คือทีมจะไม่แพ้ใครหากเขาเซฟจุดโทษในวันดังกล่าว เขาป้องกันลูกยิงของ จอร์จ อีสต์แฮมในเกมชนะ อาร์เซน่อล 5-0, กดดันให้ โรเบิร์ตส์ แครม ยิงพลาดในเกมชนะเวสต์บรอมวิช 2-1 และเช่นเดียวกับโทนี่ บู๊ก เสมอ แมนฯ ซิตี้ 0-0, รวมถึงเซฟลูกยิงของ เดนิส ฮอลลีวู้ดในเกมชนะเซาธ์แฮมป์ตัน 4-1, จอห์น ไจลส์ ในเกมเสมอ ลีดส์ 1-1 ในระหว่างที่เขาอยู่กับทีมปี 1962-1971

อันดับ 5 เคน แคมป์เบลล์ (7 ครั้ง)

เคน แคมป์เบลล์ เป็นผู้รักษาประตูลิเวอร์พูลในระหว่างปี 1912-20 ที่ทีมอยู่ตั้งแต่ยุคที่ทีมตกชั้น จนเลื่อนขึ้นมายู่ในลีกสูงสุดอีกครั้ง แม้สงครามโลกขัดขวางโอกาสลงเล่นต่อเนื่องของเขา แต่แคมป์เบลก็มีสถิติการป้องกันจุดโทษไม่เลว แม้ว่าครึ่งหนึ่งจะเป็นการยิงพลาดของคู่แข่งก็ตาม!

เดวิด แม็คลีนเป็นเหยื่อคนแรกของแคมป์เบลล์ ที่ยิงพลาด แต่ลิเวอร์พูลก็พ่ายเดอะ เวนส์เดย์ในเกมดังกล่าว 0-1 หลังจากนั้นเขาเซฟอีก 3 ครั้งรวดในปีเดียวกัน (2013) ที่เผชิญหน้าหน้ากับ ฮิวจ์ โมฟแฟ็ต (แพ้โอลด์แฮม 1-3), จิมมี แคนเทรล(ชนะสเปอร์ส 2-1), โจ คิตเช่น (ชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-0 โดยอีกสองครั้งเขากดดัน เจมส์ เบิร์ช (ชนะควีนสพาร์ก 2-1) และแจ็ค มอร์ดู(เสมอซันเดอร์แลนด์ 2-2) ให้ยิงพลาดไปทั้งคู่

อันดับ 4 เรย์ คลีเมนซ์ (9 ครั้ง)

หากมีการพูดถึงผู้รักษาประตูที่ดีที่สุดในประวัติศาสตร์ของลิเวอร์พูล เรย์ คลีเมนซ์ ที่ค้าแข้งอยู่กับลิเวอร์พูล ตั้งแต่ปี 1968-81 จะต้องเป็นหนึ่งในคนที่ถูกกล่าวถึงอย่างไม่ต้องสงสัย แต่เขามาเพียงอันดับ 4 ในจากจัดลำดับจอมเซฟจุดโทษเท่านั้น

เขากดดันลูกยิงของ จอห์น ไจลส์ ในเกมชนะ ลีดส์ ยูไนเต็ด ในลีก คัพรอบ 4 นัดแข่งใหม่ ในปี 1972 หลังจาก 3 ปีก่อนไจลส์ก็เคยถูกทอมมี่ ลอว์เรนซ์ป้องกันลูกยิงของเขามาแล้ว! และช่วยให้ทีมชนะ 1-0 หลังจากนั้นเขาหยุดลูกยิงของ จูปป์ ไฮย์เกส ในเกมยูฟา คัพ รอบชิงชนะเลิศนัดแรกที่ทีมเอาชนะโบรุสเซีย มึนเช่น กลัดบัค 3-0 ทำให้ทีมรอดการเสียประตูทีมเยือนในระบบการแข่งนัดชิงสองเกมเวลานั้น และน่าจะเป็นการป้องกันจุดโทษที่สำคัญที่สุด

นอกนั้นเขาป้องกันลูกยิงของ คีธ เอ็ดดี้ (แพ้เชฟฯ ยูไนเต็ด 0-1), อลัน แคมป์เบล (แพ้เบอร์มิงแฮม 1-3), จอห์น บราวนี (แพ้ฮิเบอร์เนี่ยน 0-1), ปีเตอร ค็อตตี้ (เสมอดินาโม เดรสเดน 0-0), คีธ ออสกู้ด (ชนะสเปอร์ส 2-0) และกดดันให้ปีเตอร์ คอร์แม็คยิงพลาดเองในเกมเสมอ บริสตอล ซิตี้ 1-1 ก่อนจะเซฟจุดโทษครั้งสุดท้ายให้ลิเวอร์พูลในเกมชนะซีเอสเคเอ โซเฟีย ในยูฟา คัพ รอบ3 นัดที่สองที่ลิเวอร์พูลชนะ 1-0 เมื่อ 18 มีนาคม 1981

อันดับ 2 ร่วมเอลิช่า สก็อตต์ และบรู๊ซ กร็อบเบลลาร์

กระโดดข้ามอันดับ 3 เนื่องจากมีอันดับ 2 ร่วมสองคนที่ต่างเป็นผู้รักษาประตูในตำนานทั้งคู่ เอลิช่า สก็อตต์ อยู่กับทีมยาวนานตั้งแต่ปี 1913-1934 หากไม่ติดปัญหาสงครามโลกเขาอาจจะทำสถิติได้มากกว่า

สก็อตต์หยุดยั้งจุดโทษด้วยตัวเอง 7 ครั้ง และกดดันคู่แข่งให้ยิงพลาดถึง 5 ครั้ง เขาเซฟลูกยิงของ อับรามส์ (เสมอเชลซี 3-3), นีล แม็คเบรน (เสมอแมนฯ ยูไนเต็ด 0-0), โรเบิร์ต เทิร์นบูล(ชนะอาร์เซน่อล 4-1), บิลลี เอลลิส (ชนะซันเดอร์แลนด์ 4-2), เฟร็ด ทันสตอล (แพ้เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 1-3), อัลฟ์ เบเกอร์ (ชนะอาร์เซน่อล 3-0) และชาร์ลี เรนน็อกซ์ (เสมอแมนฯ ยูไนเต็ด 3-3) ที่เป็นจุดโทษในเกมสำคัญๆ ทั้งนั้น และยังทำให้ นอร์แมน ร็อดเจอร์ (ชนะสต็อคพอร์ต 3-0), แพ็ต โอ'คอนเนลล์ (แพ้แมนฯ ยูไนเต็ด 0-2), สเตเฟนสัน (ชนะฮัดอร์สฟิลด์ 2-0), บิลลี วอล์กเกอร์ (ชนะแอสตัน วิลล่า 1-0) และแจ็ค โจนส์ (เสมอ เบอร์มิงแฮม 1-1) ที่ต่างเป็นเหยื่อความกดดันเมื่ออยู่ตรงหน้าเขาจนยิงพลาดไป

ส่วนกร็อบเบลลาร์ มือกาวซิมบับเว อยู่กับทีมระหว่างปี 1981-94 หลังรับตำแหน่งต่อจากเรย์ คลีเมนซ์ เขากลายเป็นหนึ่งในผู้รักษาประตูที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดของทีม และเซฟได้ถึง 8 จาก 12 ครั้งที่คู่ต่อสู้ต้องพลาดจากระยะ 12 หลา

ในจำนวนนั้นที่คู่แข่งพลาดเองเริ่มต้นตั้งแต่ปีแรกจาก เรย์ โอไบรอัน (ชนะน็อตต์ส เคาน์ตี้ 4-0), เทรเวอร์ สตีเว่น (ชนะเอฟเวอร์ตัน 4-1), เจฟฟ์ โธมัส (ชนะคริสตัล พาเลซ 9-0), และมาร์ก โบเว่น ผู้ช่วยผู้จัดการทีมสโต๊กคนปัจจุบัน ก็เคยพลาดจุดโทษเอง ทำให้เขาจะไม่ตำหนิ จอน วอลเตอร์ส ที่ยิงเข้ากรอบ แต่ถูกมิโญเล่ต์เซฟได้แต่อย่างใด!

ส่วนอีก 8 คนถูกหยุดโดย กร็อบเบลลาร์ คือ แฟรง สเตเปิลตัน (ชนะแมนฯ ยูไนเต็ด 1-0), มาร์ก ฮาต์ลี่ย์(ชนะโคเวนทรี้ 4-0), แกรม ชาร์ป (เสมอเอฟเวอร์ตัน 1-1), เดเร็ก สแต็ตแฮม (ชนะเวสต์บรอมวิช 5-0), ปีเตอร์  ดาเวนพอร์ต (เสมอน็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-1), ไนเจล ครัฟ (แพ้น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 1-2), เดนิส ไวส์ (แพ้ เชลซี 1-2) และเท็ดดี้ เชอริงแฮม (ชนะสเปอร์ส 6-2)

อันดับ 1 แซม ฮาร์ดี้(15 ครั้ง)

แม้ว่าจะเกิดในยุคที่ไม่อาจจะหาภาพข่าวได้มากนัก แต่ฮาร์ดี้ถูกบันทึกว่าป้องกันจุดโทษให้ลิเวอร์พูลมากถึง 15 ครั้งระหว่างระยะเวลาเพียง 7 ปี (1905-12) และนั่นก็มากพอให้เขาอยู่อันดับ 1 จอมเซฟจุดโทษของลิเวอร์พูล

ทั้ง 15 ครั้งเป็นการยิงพลาดของคู่แข่งเพียง 5 ครั้งเท่านั้น ไม่ว่าจะเป็น บิลลี่ บานนิสเตอร์ (ชนะ เลสเตอร์ ฟอสซี่ 2-1), ไวต์ (แพ้โบลตัน 0-2), จอร์จ ดอร์เซ็ตต์ (แพ้แมนฯ ซิตี้ 0-1), แอนดี้ เบอร์ตัน (แพ้ บริสตอล ซิตี้ 0-1) และชาร์ลี ลูอิส (แพ้ วูลวิช อาร์เซน่อล 0-5)

ส่วนอีก 10 ครั้งที่คู่แข่งยิงไม่ผ่านร่างกายของเขามีรายชื่อของ วิลเลี่ยม การ์รัตตี้(ชนะแอสตัน วิลล่า 3-0), วอลเตอร์ แอ็บบ็ตต์ (แพ้เอฟเวอร์ตัน 1-2), โคลิน เวตช์ (แพ้นิวคาสเซิ่ล 0-2), อาเธอร์ บราวน์ (แพ้ เชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 0-1), จอร์จ ด็อดด์ (ชนะ น็อตต์ส เคาน์ตี้ 2-1), บิลลี่ ฮ็อกก์(ชนะซันเดอร์แลนด์ 4-1), ชาร์ลี ธอมป์สัน (ชนะซันเดอร์แลนด์ 3-0), โจ คิตเช่น (ชนะเชฟฟิลด์ ยูไนเต็ด 2-0), บิลลี่ ฮูเปอร์ (แพ้ น็อตติ้งแฮม ฟอเรสต์ 0-2) และ บ็อบบี้ สตีล (แพ้สเปอร์ส 0-1)

จากสถิติทั้งหมดทำให้ ฮาร์ดี้ นำมาอยู่อันดับ 1 แบบไร้คู่แข่งในฐานะอันดับ 1 ของผู้รักษาประตูจอมเซฟจุดโทษของลิเวอร์พูล

อย่างไรก็ตาม แม้ว่าซิมง มิโญเล่ต์จะประเดิมการป้องกันจุดโทษครั้งแรกอย่างสวยงาม แต่คงไม่มีแฟนบอลคนใดอยากให้ลิเวอร์พูลต้องป้องกันจุดโทษบ่อยๆ เป็นแน่...

*หมายเหตุสถิติดังกล่าวบันทึกการป้องกันในจังหวะแรกจากลูกจุดโทษในช่วงเวลา 90 นาที และ 120 นาทีเท่านั้น ไม่นับการดวลจุดโทษในช่วงหลังการต่อเวลาพิเศษ


credit http://thailand.liverpoolfc.com/