Goal Thailand ขอพาไปพบกับเหล่าสโมสรตาถึงที่คว้าสตาร์ระดับภูธรขึ้นมาประดับวงการฟุตบอลไทย

ท่ามกลางอุปสรรคมักมีโอกาสซ่อนอยู่เสมอ ซึ่งคงไม่ต่างอะไรกับลีกลูกหนังรากหญ้าที่มักมีเพชรเม็ดงามแฝงตัวอยู่และพร้อมขึ้นมาวาดลวดลายฝีเท้าบนศึกไทยพรีเมียร์ลีก
โกล ประเทศไทย ขอพาคอลูกหนังมาชม 10 แข้งของดีจากลีกรองสู่การแจ้งเกิดบนสังเวียนไทยลีก

1. ธนบูรณ์ เกษารัตน์ (บีอีซี เทโรศาสน)

ปฏิเสธไม่ได้ว่าหากย้อนกลับไปเมื่อ 2-3 ปีก่อนชื่อของ ธนบูรณ์ เกษารัตน์ อาจเป็นเพียงมิดฟิลด์โนเนมที่ไม่ค่อยคุ้นหูของแฟนลูกหนังชาวไทยมากนัก เนื่องจากในช่วงเลกแรกองฤดูกาล 2012 เจ้าตัวยังบ่มเพาะประสบการณ์กับทาง อาร์แบค บีอีซี เทโรศาสน (อดีตพันธมิตรลูกหนังเทโรสมัยหนึ่ง) ซึ่งในขณะนั้นถือเป็นคลับลูกหนังที่คอยฟูกฟักเหล่าพลพรรคมังกรไฟจูเนียร์

ทว่าอดีตเด้กสร้างบางกอก เอฟซี สร้างผลงานอันโดนเด่นชนิดที่ว่า "เก่งเกินวัย" ก่อนถูกบอร์ดบริหาร "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน กระชากตัวขึ้นสู่ชุดใหญ่ของทีมในช่วงเลกสอง ของฤดูกาล2012 กระทั่งกาลเวลาผ่านไป "เจ้าตั้ม" ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าฉายา "บุสเกตส์เมืองไทย" นั้นไม่ได้มาเพราะโชคช่วย

ปัจจุบันเจ้าตัวสามารถยกระดับและพัฒนาตัวเองขึ้นมาทัดเทียมเหล่าผู้เล่นชั้นนำของทีมได้อย่างไม่เป็นรองใคร ก่อนที่จะกลายเป็นผู้เล่นสำคัญในแผงมิดฟิลด์ของทีมชนิดที่ขาดไม่ได้ด้วยวัยเพียง 21 ปี พร้อมกับส่งตัวเองติดธงทีมชาติไทยไปแล้วอีกด้วย

2. ศราวุฒิ มาสุข (เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด)

"เจ้าหนุ่ย" ถือเป็นอดีตแข้งภูธรที่สร้างความสั่นสะเทือนไปทั่วลีกลูกหนังระดับหญ้า เนื่องจากในปี 2011 แม้ว่าจะค้าแข้งกับทีมในระดับดิวิชั่น2 อย่าง จามจุรี ยูไนเต็ด ทว่าด้วยผลงานอันโดดเด่นพร้อมกับมีแววในความอัจฉริยะลูกหนังเจ้าตัวก็ถูก วินฟรีด เชเฟอร์ กุนซือทีมชาติไทยชุดใหญ่ในขณะนั้นเรียกตัวเข้าไปติดทัพเป็นหนึ่งในขุนพลช้างศึกชุดลุยศึกฟุตบอลโลกรอบคัดเลือก

ซึ่งจากผลพวงในการติดธงไตรรงค์ก็ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นแข้งเนื้อหอมที่หลายสโมสรต่างหมายปองคว้าตัวไปร่วมทัพ ก่อนจะเป็น เอสซีจี เมืองทอง ยูไนเต็ด ที่สมหวังได้ลายเซ็นปีกอนาคตไกลรายนี้ไปครอง ชนิดที่ว่ามีอาการบาดเจ็บติดตัวแต่บอร์ดบริหาร "กิเลนผยอง" ก็พร้อมอ้าแขนเปิดรับแข้งพรสรรค์ผู้นี้มาเป็นกำลังหลักของทีมในอนาคต

พลันทีที่สลัดอาการบาดเจ็บเป็นปลิดทิ้ง แข้งวัย 23 รายนี้ ก็เริ่มตอบแทนผลงานที่บอร์ดบริหารคาดหวังเอาไว้ได้เป็นอย่างดี เมื่อสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมได้สำเร็จ ก่อนจะสร้างชื่อเสียงให้สโมสรในการเป็นผู้เล่นจากทีม "กิเลนผยอง" ที่ตะบันประตูชัยพาทีมชาติไทยคว้าเหรียญทองกลับสู่ประเทศในรอบ 6 ปีได้สำเร็จ

3. วีรวงศ์ เล็กสุนทร (ทีโอที เอสซี)

แข้งลูกหม้อของกรุงเทพคริสเตียนในวัย 23 ปี เคยผ่านประสบการณ์ในสังเวียนกับลีกระดับพระรองและรากหญ้ามาแล้ว ทั้งในนาม "หมูป่าเขี้ยวตัน" นครปฐม เอฟซี ในปี 2010 และ รังสิต เอฟซี ฤดูกาล 2011 ทว่าผลงานชิ้นโบว์แดงของเจ้าตัวอยู่ในระหว่างการค้าแข้งให้ ร้อยเอ็ด ยูไนเต็ด ในช่วงซีซั่น 2012-2013

ซึ่งแม้ว่าเจ้าตัวจะประสบความสำเร็จกับพลพรรคกระรอกขาวอย่างสูงสุด ด้วยการเป็นผู้เล่นตัวหลักพาทีมคว้าแชมป์โซนอีสานสมัยที่ 3 ติดต่อกัน พร้อมกับพาทีมเลื่อนชั้นสู่ดิวิชั่น 1 ได้สำเร็จ ทว่าก่อนหน้านั้นห้องเครื่องวัย 23 รายนี้ก็เคยถูกตั้งข้อสงสัยถึงความเก่งกาจในเรื่องฝีเท้ามาโดยตลอด

อย่างไรก็ตามจากผลงานที่เห็นเป็นที่ประจักษ์ก็ย่อมแสดงให้เห็นว่าแข้งรายนี้คือ "ของดีจากลีกภูมิภาค" กระทั่งในฤดูกาลนี้เจ้าตัวก็ไต่ระดับขึ้นมาค้าแข้งบนลีกสูงสุดได้เป็นครั้งแรก เมื่อถูก ทีโอที เอสซี คว้าตัวมาร่วมทัพ ก่อนจะกลายเป็นหัวใจในแดนกลางของทีม พร้อมกับมีลุ้นเป็นหนึ่งในผู้เล่นทีมชาติไทยชุดศึกเอเชียนเกมส์ปลายปีนี้อีกด้วย

4. ปกเกล้า อนันต์ (เพื่อนตำรวจ)

ห้องเครื่องเชิงสูงวัย 23 กะรัต ผู้มี ซีเนดีน ซีดาน เป็นแรงบันดาลใจ เริ่มสร้างชื่อให้เป็นที่น่าจับตามองในสมัยที่ค้าแข้งกับ ไทยฮอนด้า เอฟซี ทีมในระดับดิวิชั่น 1 เมื่อปี 2010 ซึ่งขณะนั้นแม้ว่าเจ้าตัวจะอยู่ในวัยเพียง 19 ปี แต่ก็สามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำหลักของทีมได้อย่างน่าอัศจรรย์

ประกอบกับดีกรีเยาวชนทีมชาติรุ่น 19 ปีที่ติดตัวอยู่ในขณะนั้นทำให้เจ้าตัวเริ่มถูกบรรดาทีมยักษ์ใหญ่ไทยลีกตามจีบอย่างมากมาย ก่อนบทสรุปสุดท้ายจะเป็นทางด้าน อินทรีเพื่อนตำรวจ (เพื่อนตำรวจในปัจจุบัน) คว้าตัวไปร่วมทัพได้สำเร็จในปี 2011

ด้วยพรสรรค์ที่มาพร้อมกับพรแสวง มิดฟิลด์ตัวรุกก็เริ่มแสดงแสนยานุภาพให้เป็นที่ประจักษ์ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อสามารถก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักให้กับยอดทีมจากถิ่นธรรมศาสตร์และทีมชาติไทยในระดับจูเนียร์แทบยกชุด ซึ่งไม่แน่ว่าภายใต้สีเสื้อ "สุภาพบุรุษโล่เงิน" อาจเล็กเกินไปสำหรับว่าที่จอมทัพช้างศึกชุดใหญ่ในอนาคตผู้นี้

5. สันติราษฏร์ เวียงอินทร์ (ศรีสะเกษ เอฟซี)

สันติราษฏร์ เวียงอินทร์ ถือเป็นหนึ่งในผลผลิตที่ดีที่สุดของ นครพนม เอฟซี โดยอดีตที่ผ่านมาเจ้าตัวอยู่รับใช้สโมสรบ้านเกิดแห่งนี้อยู่ถึง 3 ฤดูกาล (2010-2013) ซึ่งด้วยสปีดความเร็วชนิดที่หาตัวจับยากประกอบกับการหาพื้นที่จบสกอร์ได้อย่างชาญฉลาดก็ส่งผลให้เจ้าตัวถูกขนานนามว่า "โอเว่นเมืองเรือไฟ"

โดยชีวิตการค้าแข้งที่พีคสุดขีดของเจ้าตัวอุบัติขึ้นในฤดูกาล 2012 เมื่อเขาสามารถพา นครพนม เอฟซี สโมสรเงินน้อยก้าวขึ้นมาจบในอับดับ 5 ของตารางได้แบบเหลือเชื่อ และหลังจากนั้นเจ้าตัวก็ยกระดับฝีเท้าขึ้นมาได้อย่างรวดเร็ว ก่อนไปเข้าตา ศรีสะเกษ เอฟซี ทีมในศึกไทยลีกกระชากตัวมาร่วมทัพในปีนี้

อย่างไรก็ตามการพกดรีกรีจากลีกรากหญ้าขยับสู่ลีกลูกหนังสูงสุด แน่นอนว่าแฟนบอลชาวกูปรีต่างกังขากับฝีเท้าของแข้งวัย 24 กะรัตรายนี้ไม่น่อย ทว่าในเกมที่ทีมบุกไปชนะ ปตท.ระยอง 4-2 เจ้าตัวก็จัดการลบคำครหาและพิสูจน์ตนเองให้เป็นที่ประจักษ์ได้สำเร็จ เมื่อเป็นผู้ทำสองประตูพาศรีสะเกษ เอฟซี คว้า 3 แต้มขยับหนีโซนแดงชนิดได้ใจแฟนลูกหนังเมืองลำดวน

6. อานนท์ สันหมาด (บีอีซี เทโรศาสน)

อานนท์ สันหมาด ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นระดับเยาวชนที่มีพัฒนาการที่ดีที่สุดคนของเมืองไทย ซึ่งความฝันการเป็นแข้งอาชีพของเจ้าตัวเริ่มจากการขัดเกลาฝีเท้ากับทีมในระดับรากหญ้าทั้งสิ้นไม่ว่าจะเป็น สตูล ยูไนเต็ด (2011) , หาดใหญ่ เอฟซี (2012) ก่อนจะยกระดับตนเองขึ้นสู่ดิวิชั่น1 กับการค้าแข้งให้ทั้ง พัทลุง เอฟซี ในช่วงเลกแรก และ บางกอก เอฟซี ในช่วงเลกสองของปี2013

จากพัฒนาการที่ดีอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับมีความมุ่งมั่นที่ไม่หยุดหย่อน ก็ส่งผลให้เจ้าตัวเริ่มฉายแววเป็นว่าที่ผู้เล่นชั้นนำของเมืองไทยเข้าไปทุกขณะ ก่อนจะถูกทาง "มังกรไฟ" บีอีซี เทโรศาสน ยักษ์ใหญ่ไทยลีกคว้าตัวไปร่วมทัพเมื่อซีซั่น 2013

โดยปัจจุบันแข้งวัย 22 ปี ผู้มีจุดเด่นอยู่ที่ความเร็วและความคล่องตัวสูง ก็เริ่มตอบโจทย์ของทีมได้แล้วว่าคิดไม่ผิดที่คว้าตนมาร่วมทัพ เมื่อเจ้าตัวกลายเป็นผู้เล่นกำลังสำคัญให้กับทีม พร้อมพาทีมชาติไทยประสบความสำเร็จด้วยการคว้าแชมป์แม่โขงคัพในปีล่าสุด แต่น่าเสียดายที่เวลานี้เขาเจออาการบาดเจ็บเล่นงานจนต้องพักนาน 2-3 เดือน โดยจะกลับมาวาดลวดลายอีกครั้งในช่วงเลกสอง

7. วิชาญ นันทศรี (ทีโอที เอสซี)

แฝดผู้พี่ตระกูลนันทศรี เริ่มสร้างชื่อกระฉ่อนวงการในสมัยที่เจ้าตัวลงเล่นให้กับ เลย ซิตี้ ในช่วงฤดูกาล 2009-2010 ซึ่งถือเป็นช่วงที่พลพรรค "ผีตาโขน" ประสบความสำเร็จอย่างสูงที่สุดเมื่อประกาศศักดายืดเบอร์หนึ่งแห่งดินแดนที่ราบสูง มาครองได้อย่างไร้เทียมทาน

ด้วยลีลาการโชว์เพลงแข้งที่น่าตื่นตาตื่นใจ ซึ่งมีจุดแข็งอยู่ที่ความเร็ว ก็ส่งผลให้เจ้าตัวถูกจับตามองว่าจะเป็นอีกหนึ่งของดีจากลีกภูมิภาคและสังเวียนระดับรากหญ้าก็ดูเล็กเกินไปสำหรับเจ้าตัว โดยขณะนั้นมีหลายคลับลูกหนังจากไทยลีกจ้องคว้าตาเป็นมัน

ก่อนที่เจ้าตัวจะตัดสินใจไปหาความท้าทายที่สูงขึ้นกับทาง ทีโอที เอฟซี ในปี2011 พร้อมกับพิสูจน์ตนเองได้อย่างรวดเร็วเมื่อก้าวขึ้นมาเป็นกำลังหลักของทีมมาโดยตลอด ซึ่งฤดูกาลที่ผ่านมาเจ้าตัวเป็นหนึ่งในผู้เล่นที่ลงสนามให้ทีมครบทั้ง 32 นัดอีกด้วย

8. วรุฒ สัพโส (สิงห์ท่าเรือ)

พลันทีที่อดีตคลับลูกหนังระดับตำนานของเมืองไทยทะยานกลับสู่ลีกสูงสุดได้สำเร็จ วรุฒ สัพโส ถือเป็นหนึ่งในผู้เล่นหน้าใหม่ที่ ดุสิต เฉลิมแสน นายใหญ่ของทีมทำการปิดดีลคว้าเจ้าตัวมาร่วมทัพจาก ระยอง เอฟซี

ทว่าการที่ห้องเครื่องเชิงสูงวัย 27 ปีไม่เคยผ่านการค้าแข้งบนลีกลูกหนังชั้นเอกมาเลย ก็มิอาจเลี่ยงข้อกังขาของเหล่าคลองเตยอาร์มี่ได้ว่าแข้งรายนี้จะสามารถเข้ามาพยุงทีมและแบกรับความคาดหวังของแฟนบอลได้หรือไม่

อย่างไรก็ตามล่าสุดอดีตปีกจอมลุยที่เคยถูกเรียกไปซ้อมกับทีมชาติไทยในสมัยที่ค้าแข้งกับ เชียงใหม่ เอฟซี ในปี 2012 ก็พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าเจ้าตัวมีดีแค่ไหน เมื่อเจ้าตัวกลายเป็นแผงมิดฟิลด์ที่คอยขับเคลื่อนเกมแดนกลางของทีมชนิดที่ขาดไม่ได้ พร้อมกับพาทีมเกาะกลุ่มหัวตารางได้อย่างเซอร์ไพรส์ อีกทั้งยังเป็นผู้เล่นขาประจำของทีม หลังจากผ่านไป 11 เกม ชื่อของ "เจ้าใหม่" ถูกส่งลงสนามถึง 10 เกมด้วยกัน

9. เดชา สร้างดี (ปตท.ระยอง)

แบ็คสารพัดประโยชน์วัย 24 ปี ผู้ผันตนเองจากโต๊ะเล็กมาสู่สนามใหญ่ เริ่มต้นค้าแข้งกับทีมลูกหนังบ้านเกิดอย่าง บุรีรัมย์ เอฟซี ในปี2010 พร้อมกับมีส่วนสำคัญในการพาทีมคว้าแชมป์ภาคอีสาน ก่อนต่อขึ้นยอดสู่ดิวิชั่น 1 ในปีถัดมา

แม้ว่าเจ้าตัวจะประสบความสำเร็จกับทัพนักรบลาวาเพลิง แต่ช่วงขาขึ้นของชีวิตการค้าแข้งของ "บอย" กลับอุบัติขึ้น หลังจากย้ายออกจากบุรีรัมย์ไปร่วมทัพ พัทลุง เอฟซี ในปี 2011 เมื่อเจ้าตัวเปร่งปรั่งภายใตสีเสื้อ "อีแอ่นเหินฟ้า" จนถูกเรียกตัวไปฝึกซ้อมกับทีมชาติชุดซีเกมส์ในการสู้ศึกที่อินโดนีเซีย

อย่างไรก็ตามแ้ว่าสุดท้ายเจ้าตัวจะถูกหั่นชื่อออก แต่ด้วยความโดดเด่นเกินเพื่อนร่วมทีมในระดับสโมสร ประกอบกับ พัทลุง เอฟซี เกิดสภาวะฟองสบู่แตก ก็ส่งผลให้เจ้าตัวกลายเป็นแข้งเนื้อหอม ก่อนจะถูก ปตท.ระยอง คว้าตัวไปร่วมทัพเมื่อฤดูกาล2012 และใช้เวลาเพียง 1 ปีในการพาพลังเพลิงเลื่อนชั้นสู่ศึกไทยพรีเมียร์ลีกได้สำเร็จ

 

10. วรุฒ เมฆมุสิก (แบงค็อก ยูไนเต็ด)

อดีตศิษย์คนโปรดที่ถูก นิพนน์ มาลานนท์ โค๊ชผู้รักษาประตูชื่อดังของเมืองไทยขัดเกลาคุณภาพตั้งแต่ร่วมงานกันในรั้ว การท่าเรือไทย เอฟซี , บุรีรัมย์ เอฟซี เริ่มแสดงปฏิกิริยาตอบแทนความไว้วางใจที่ "มหาโต" ฝากฝังเอาไว้ออกมาได้แบบเรื่อยๆ

ทว่าอดีตนายด่านที่อยู่ในชุดฟองสบู่แตกของทาง พัทลุง เอฟซี ชุด ด.1 ในปี 2011 ต้องเผชิญกับช่วงเวลาที่ไม่สู้ดีนักหลังจากตัดสินใจย้ายมาร่วมทัพ แอร์ฟอร์ซ เพื่อนร่วมลีกพระรองเมื่อปี 2012 เนื่องจากเจ้าตัวแทบไม่ได้รับโอกาสลงสนามและเก็บเกี่ยวประสบการ์เพื่อต่อยอดการเป็นนายทวารชั้นดีเท่าไหร่นัก

ก่อนจะตัดสินใจกลับมาร่วมงานกับ นิพนธ์ มาลานน์ โค้ชประตูคู่บุญอีกครั้งในปีนี้ที่ แบงค็อก ยูไนเต็ด และพลันทีที่ พิศาล ดอกไม้แก้ว นายด่านมือหนึ่งได้รับบาดเจ็บ "เจ้าเจ" ก็ไม่ปล่อยให้โอกาสหลุดลอย เมื่อถูกส่งลงสนามและทำผลงานได้อย่างน่าประทับใจ ซึ่งไม่แน่อีก 2-3 ปี ชื่อของเจ้าตัวก็อาจเป็นตัวเลือกที่ดีในตำแหน่งด่านสุดท้ายของทีมชาติไทยในอนาคตก็เป็นได้